สนช.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองศูนย์ฯ ป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย

สนช.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย และร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยที่ประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ … พ.ศ. …. ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งมีทั้งสิ้น 10 มาตรา ไม่มีสมาชิก สนช.ติดใจอภิปรายรายมาตรา โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 189 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง เพื่อประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นกฎหมายต่อไป

โดย พล.อ.อ.ชนะ อยู่สถาพร ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นองค์กรอิสระที่ต้องต่อสู้กับสภาวะเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ทำให้ประเทศไทยมีหนี้สิน จากการกู้เงินกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ กว่า 8 แสนล้านบาท จึงต้องดำเนินการใช้หนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศต่อไปอีก 10 ปี จึงจะสามารถใช้หนี้กองทุนดังกล่าวได้หมด

จากนั้น ที่ประชุม สนช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย พ.ศ. …. วาระ 3 ซึ่งไม่มีสมาชิก สนช.อภิปรายมาตรา โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนน 190 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ทั้งนี้ที่ประชุม สนช.ยังเห็นชอบกับการตั้งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการต่างประเทศ ซึ่งได้พิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ ว่าเนื่องจากในกฎบัตร ไม่มีการจำแนกประเภทของภัยพิบัติไว้ แต่ในเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ มีการแยกภัยพิบัติออกเป็น 2 ประเภท คือ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และภัยพิบัติสาธารณะ ซึ่งอาจตีความรวมถึงภัยพิบัติที่มนุษย์เป็นผู้ทำขึ้น นอกจากนั้นยังมีข้อความที่คาดเคลื่อนเกี่ยวกับข้อเท็จจริง รวมถึงการที่ประเทศไทยจะเป็นภาคีกฎบัตรของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย เมื่อได้ให้สัตย์ปฏิญาณกดบัตรหลังจากร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จึงควรแก้เหตุผลประกอบร่างกฏหมายฉบับนี้ให้มีความสอดคล้องกับกฏบัตร โดยจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป.-สำนักข่าวไทย